บ่ายวันหนึ่งในฤดูร้อนที่แสนจะอบอ้าว มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินแบกกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ไปตามทางลูกรังที่จะนำเธอไปสู่ “วารี รีสอร์ท” รีสอร์ทขึ้นชื่อแห่งทะเลอันดามัน ซึ่งสาเหตุที่เธอมาอยู่ตรงนี้นั้นต้องเริ่มตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้ เนื่องด้วยน้องสาวของเนตรศิริ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของเธอ ได้เดินทางมาที่วังวารีก่อนที่จะขาดการติดต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้ผู้เป็นพี่สาวกังวลใจยิ่งนัก แต่โชคร้ายที่เธอไม่สามารถไปตามน้องสาวด้วยตัวเองได้เพราะได้รับอุบัติเหตุทางรถยนตร์จนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอจึงวานให้เพื่อนรักของเธอช่วยไปตามหาน้องสาวแทนเธอให้ และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้ “ริสา” นักเขียนนิยายสาวมือสมัครเล่นของเราต้องดั้นด้นมาถึงที่แห่งนี้ จากที่ได้อ่านจดหมายฉบับก่อนๆของ “จงจิตต์” น้องสาวของเนตรศิริ ก็พอสรุปได้ว่าวังวารีเป็นเกาะส่วนตัวของ “ภาดล” เจ้าของเกาะซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มาดขรึม ไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจสาวๆที่ได้เข้าใกล้ยิ่งนัก และเส้นทางที่จะพาไปถึงวังวารีนั้นก็มีเพียงการนั่งเรือส่วนตัวของรีสอร์ทที่เธอกำลังจะไปเท่านั้น ระหว่างทางมีรถคันหนึ่งแวะจอดรับเธอด้วยความหวังดี เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวหอบหิ้วของพะรุงพะรังก็เลยอาสาพาไปส่งที่วารีรีสอร์ท คนขับซึ่งเป็นชายหนุ่มบอกเธอว่าถ้าเธอรู้จักกับคุณภาดล รับรองว่าเธอจะได้เป็นแขกของวังวารีอย่างแน่นอน ชายหนุ่มผู้ใจดีพาเธอมาส่งถึงวารีรีสอร์ทแล้วก็จากไป ริสาจึงตรงเข้าไปในโรงแรมและได้พบกับ “มยุรี” ซึ่งเป็น 1 ในคนของวังวารี มยุรีต้อนรับเธออย่างดีและพาเธอนั่งเธอเดินทางไปจนถึงเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของวังวารีที่แสนสวยงามจนริสาถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ เธอคิดว่าที่นี่ช่างสวยงามราวกับสวนสวรรค์บนดินก็ไม่ปาน มยุรีพาเธอเข้าห้องพักที่จัดเตรียมไว้แล้วบอกริสาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า “ที่นี่เป็นห้องที่จิตต์เคยพัก” “เอ๊ะ..หมายความว่าไง…เคยพัก…แล้วตอนนี้จิตต์อยู่ที่ไหน” “เอาไว้ถึงเวลาแล้วค่อยคุยกันดีกว่า” มยุรีพูดด้วยเสียงราบเรียบเช่นเดิม ริสาพยายามจะคาดคั้นต่อแต่ก็ไม่ได้อะไรจนเธอรู้สึกหงุดหงิด มยุรีบอกว่าต้องรอพบคุณภาดลก่อนจึงจะทราบเรื่องของจงจิตต์ได้ จากนั้นก็พาริสาไปทำความรู้จักกับสมาชิกในวังวารีซึ่งก็ได้แก่คุณปรีดา คุณพัชรินทร์ ซึ่งเป็นพ่อแม่ของมยุรี และฉัตรชัยพี่ชายของเธอ ที่ออกอาการเจ้าชู้กับริสาทันทีที่ได้เห็นรูปร่างอันสมส่วนของเธอ นั่นก็เพราะหน้าอกทรงกระเปาะขนาดพอดีมือกับสะโพกผายกลมกลึงน่าฟัดอันเป็นอาวุธร้ายกาจของเธอในการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนผู้ชายนั่นเอง ท่าทีที่ทุกคนแสดงออกคือไม่รู้ไม่เห็นการหายไปของจงจิตต์ บอกแต่เพียงว่าจงจิตต์หนีออกไปจากเกาะโดยไม่บอกลาใครทั้งนั้น และพอภาดลออกมาก็ทำให้ริสาตกใจ เพราะเขาก็คือชายหนุ่มผู้ใจดีที่แวะรับเธอขึ้นรถระหว่างทางมาวารีรีสอร์ทนั่นเอง ทำเอาริสาเขินไปเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละความพยายามในการถามหาน้องสาวของเพื่อนเธอจากภาดล ซึ่งเขาก็บอกเพียงว่าไม่รู้ไม่เห็นเหมือนคนอื่นๆเท่านั้น ริสาจึงอารมณ์เสียและบอกว่าเธอจะกลับกรุงเทพพรุ่งนี้ เผื่อว่าถ้าจงจิตต์กลับไปแล้วจริงก็อาจจะสวนทางกับเธอแล้วก็ได้ และระหว่างที่เธอกำลังเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อจะเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับนั้น ก็ได้พบกับ “น้องเล็ก” น้องสาวของภาดลนั่งรถเข็นคนไข้ โดยมีโฉมฉาย คนรับใช้เป็นคนเข็นรถออกมาจากห้องของนอนน้องเล็ก “สวัสดีค่ะ พี่ริสาที่เป็นแขกของวังวารีของเราใช่มั้ยคะ” น้องเล็กทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “ค่ะ..ใช่ค่ะ คุณคงเป็นน้องเล็กที่จิตต์เขียนถึงแน่ๆเลยใช่มั้ยคะ ยายจิตต์เขียนถึงคุณน้องเล็กเหมือนกันว่าน้องเล็กสุขภาพไม่ค่อยดี” น้องเล็กกำลังขยับปากจะคุยต่อแต่ก็ถูกภาดลห้ามไว้ โดยบอกว่าน้องเล็กไม่ค่อยสบาย อยากให้กลับไปพักผ่อนมากกว่า ส่วนริสาเองก็ต้องเก็บเสื้อผ้าเตรียมกลับกรุงเทพพรุ่งนี้แล้วด้วย ทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดบทสนทนาเอาไว้แค่นั้น คืนนั้นก่อนนอน ภาดลเข้ามาในห้องนอนของน้องเล็กเพื่อกล่อมน้องสาวให้เข้านอนตามปกติ หลังจากที่น้องเล็กกินยาหลังอาหารเสร็จเรียบร้อย โฉมฉายก็ยกสำรับลงไปข้างล่าง ภาดลก็บอกโฉมฉายว่าไม่ต้องขึ้นมาข้างบนแล้ว เพราะเขาจะเป็นคนดูแลน้องเล็กต่อเอง “น้องเล็กไม่อยากกินยาเลยค่ะพี่ชาย ขมก็ขม..กินแล้วก็ไม่เห็นมันจะดีขึ้นมาเลย” น้องเล็กกระเง้ากระงอด “ไม่ได้หรอกจ้ะน้องเล็ก ถ้าน้องเล็กไม่กินยาอาการจะยิ่งทรุดหนักนะจ๊ะ ทำตามที่หมอสั่งแหละดีแล้ว” “พี่ชายคะ..น้องเล็กจะเข้านอนแล้ว พี่ชายกล่อมน้องเล็กเหมือนอย่างเคยด้วยนะคะ” เธอออดอ้อนพี่ชายตามปกติ “อืม…ได้สิ” ภาดลรับปากแล้วลูบศีรษะน้องเล็กไปมาด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็ลูบเรื่อยลงมาจนถึงหน้าอกน้อยๆทั้งสองข้าง น้องเล็กก็นอนหลับตาพริ้มปล่อยให้พี่ชายลูบไล้ร่างกายของเธอไปเรื่อยโดยไม่เอ่ยปากห้ามเลย ภาดลจึงบีบเคล้นหน้าอกของน้องเล็กเบาๆอย่างทะนุถนอม น้องเล็กเมื่อโดนเคล้นคลึงหน้าอกอย่างแผ่วเบาก็เริ่มบิดกายด้วยความเสียวซ่านแต่ใบหน้าก็แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม ปล่อยให้ภาดลลูบไล้สำรวจเรือนร่างของเธออย่างเต็มใจ ภาดลเองก็ไม่รู้ว่าน้องสาวไม่สบายด้วยโรคอะไร แต่ที่รู้ก็คือว่าทุกๆคืนเขาจะต้องกล่อมน้องสาวให้นอนหลับด้วยวิธีนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วน้องเล็กจะมีอาการหอบหายใจไม่ออกและจะทุรนทุรายมากตอนกลางดึก เขาจึงต้องทำตามที่น้องสาวบอกโดยช่วยทำให้เธอสบายตัวก่อนนอน แล้วอาการที่ว่าก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย เขาก็เลยต้องทำอย่างนี้เรื่อยมา มือของภาดลที่ลูบไล้หน้าอกจากภายนอกเสื้อในตอนแรกก็เริ่มปลดกระดุมชุดนอนออกทีละเม็ด จากนั้นก็สอดมือเข้าไปขยำเนื้อแท้สองก้อนนั้นอย่างนุ่มนวล ทำเอาน้องเล็กเคลิบเคลิ้มจนเผลอครางฮือๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็ไล้ต่ำลงมาถึงหน้าท้องขาวเนียนไร้ไขมัน น้องเล็กก็แขม่วท้องด้วยความสยิวทันที ภาดลจึงเลื่อนมือลงต่ำกว่านั้น โดยดึงขอบกางเกงนอนของเธอลงมาเรื่อยๆจนเนินเนื้อโหนกค่อยๆโผล่พ้นขอบกางเกงออกมา เนินเสียวที่โหนกนูนของน้องเล็กนั้นยังไม่มีเส้นไหมสีดำขึ้นมาปกคลุมให้รกสายตาเลยแม้แต่เส้นเดียว กลีบเนื้อปิดสนิทเป็นเส้นตรงซ่อนเร้นติ่งเสียวที่ซุกตัวอยู่ด้านในอย่างมิดชิด เขาค่อยๆใช้ปลายนิ้วกรีดไปตามรอยแยกของเนินเสียวจนเรียวขาของน้องเล็กค่อยๆแยกออกจากกันอย่างช้าๆ สะโพกน้องเล็กมีอาการบิดส่ายน้อยๆด้วยความซ่านเสียว และเมื่อเขาก้มลงดูดที่ยอดอกของเธอไปด้วยพร้อมกันก็ทำให้สาวน้อยหลับตาพริ้มสูดปากครางซี้ดแอ่นอกให้พี่ชายฟอนเฟ้นอย่างเต็มใจ ร่องสวาทที่ปิดสนิทเริ่มปริ่มน้ำใสๆที่ไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นิ้วของภาดลเริ่มชอนไชลงไปในรูสวาทของเธอได้เรื่อยๆ เขางอนิ้วเป็นรูปตะขออยู่ในร่องรักของน้องเล็ก จากนั้นก็เริ่มเกี่ยวเบ็ดให้กับน้องสาวสุดที่รักของเขา ซึ่งภายในจิตใจของเขานั้นก็เริ่มมีความต้องการแล้วเช่นกัน เพียงแต่เขาไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นกับน้องสาวตัวเองได้ ดังนั้นการที่เขาช่วยสร้างความสุขให้กับน้องเล็กฝ่ายเดียวอย่างนี้ก็เลยยิ่งทำให้เขาทรมานมากขึ้น ภายในเป้ากางเกงของเขาคับจนแทบปริแต่ก็มิอาจปลดปล่อยมังกรน้อยออกมาให้ทำอย่างที่ใจต้องการได้ เวลาผ่านไปน้องเล็กเริ่มครางเสียงดังมากขึ้น ส่ายสะโพกร่อนไปมาเด้งเอวขึ้นลงรับการกระหน่ำแทงนิ้วจากพี่ชายอย่างไม่ลืมหูลืมตา น้ำเสียวจากร่องสวาทก็ไหลรินออกมาไม่ขาดสายจนฉ่ำแฉะไปทั้งง่ามขา ขณะที่ภาดลก็เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งทำให้น้องเล็กเกร็งกระตุก ร่างของสาวน้อยสะดุ้งเฮือกเป็นจังหวะติดต่อกัน 2-3 ครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ปล่อยให้พี่ชายของเธอติดกระดุมเสื้อและดึงกางเกงชุดนอนของเธอขึ้นอย่างเดิม จากนั้นก็เดินมาก้มลงจูบที่หน้าผากของน้องเล็กหนึ่งทีพร้อมกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้น้องเล็กนอนหลับตาพริ้ม มีหยดน้ำตาเกาะอยู่ที่หางตาบ่งบอกถึงความสุขที่เธอได้รับเป็นอย่างดี “คุณภาดลคะ คุณน้องเล็กหลับแล้วใช่มั้ยคะ” โฉมฉายสาวใช้คนสนิทของน้องเล็กเอ่ยถามภาดลเมื่อเธอเห็นเขาเดินลงมาจากชั้นบน “อืม…หลับแล้วล่ะ แล้วเธอล่ะโฉมฉาย..พร้อมรึยัง” “พร้อมแล้วค่ะ คุณท่านคนอื่นๆเข้านอนหมดแล้ว วันนี้คุณภาดลจะทำที่ไหนคะ โฉมว่าลองทำในห้องน้ำดูบ้างดีมั้ยคะ” “อืม…ก็ดีเหมือนกันนะ ไปกันเลยเถอะ” กิจกรรมก่อนนอนอย่างที่สองของภาดลหลังจากกล่อมน้องเล็กจนหลับแล้วก็คือ การปลดเปลื้องอารมณ์ของเขาบ้าง เพราะการที่เขาต้องสัมผัสลูบไล้เรือนร่างของน้องเล็ก ที่อะไรๆในตัวของเธอไม่ได้เล็กเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว ทำให้เขาต้อ เก็บกดอารมณ์อย่างมาก และก็มีโฉมฉายนี่แหละที่เป็นคนอาสามาช่วยผ่อนคลายอารมณ์ให้เขา โฉมฉายนั้นเป็นคนใช้ที่อยู่ในวังวารีมานานแล้วเหมือนกัน โดยภาดลเป็นคนรับเข้ามาเพื่อให้มาช่วยดูแลน้องเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งอายุของโฉมฉายเองก็ เพิ่งจะ 30 กว่าๆเท่านั้น อะไรๆในตัวของเธอจึงยังใช้งานได้อีกนาน ภาดลจึงตอบสนองความหวังดีจากสาวใช้คนนี้ด้วยการให้หล่อนช่วยดูแลความใคร่ของเขาด้วยอีกคนนึง เขาเดินตามสาวใช้ร่างอวบเข้ามาในห้องน้ำซึ่งกว้างขวางพอจะนอนเหยียดยาวได้สบายๆ พอทั้งคู่เข้ามาแล้วก็ปิดประตูล็อคกลอนเรียบร้อย จากนั้นทั้งเขาและเธอก็ช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกอย่างเร่งร้อน เมื่อทั้งคู่ไม่มีเสื้อผ้าติดกายแล้ว ภาดลก็ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าขาวอวบของโฉมฉายอีกครั้ง หน้าอกอวบอั๋นที่ยังคงเต่งตึงเหมือนสาวๆกับสะโพกผายกลมกลึงแบบที่เรียกกันว่าสะโพกดินระเบิดนั้นเขาดูยังไงๆก็ไม่เบื่อ “จ้องอะไรอยู่ได้คะคุณภาดล จะไม่ทำอะไรเลยหรือไงคะ” สาวใช้ร่างอวบอั๋นกระตุ้นเตือนเจ้านายที่มัวแต่เพ่งพิศเรือนร่างของหล่อนจนลืมความตั้งใจเดิมของตัวเอง “เอ้อ…ทำสิ ไม่ทำได้ไง เธอออกจะสวยขนาดนี้” “แหม…คุณดลละก็ ชมโฉมเกินไปแล้วละค่ะ โฉมไม่ใช่สาวแรกรุ่นเหมือนคุณน้องเล็กซักหน่อย” “ไม่ใช่สาวรุ่นอะไรกัน รูปร่างเธอนี่สาวๆบางคนยังอายเลยนะ เอาเถอะ..มาเริ่มกันเลยดีกว่า” เมื่อเขาพูดจบ โฉมฉายก็เริ่มประคองท่อนเนื้อของเจ้านายหนุ่มเข้าปากตัวเองทันที หล่อนพยายามอ้าปากออกให้กว้างที่สุดเพื่อจะได้รับเอาท่อนเนื้ออันเขื่องของภาดลเข้าไปในปากได้ แต่เธอก็อมเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งลำเท่านั้น เพราะความยาวของภาดลนั้นเข้าไปติดถึงคอหอยเธอแล้วนั่นเอง และเมื่อภาดลเริ่มจับศีรษะของเธอแล้วสาวเอวเข้าออก ก็ทำให้หล่อนต้องยกมือขึ้นมาดันหน้าขาของเขาไว้ เพราะแท่งเนื้อของเขามันกระทุ้งเข้ามาจนเกือบจะทำให้หล่อนสำลัก ภาดลส่งท่อนรักของตัวเองเข้าๆออกๆอยู่ในปากของสาวใช้ร่างอวบอยู่พักเดียวก็เกือบจะทนไม่ไหว เพราะอารมณ์ที่เก็บกดมาจนเกือบถึงที่สุดทำให้เขากำลังจะเห็นสวรรค์อยู่รำไร เขาจึงรีบชักแท่งเนื้อออกจากปากอวบอิ่มของโฉมฉายแล้วปล่อยให้หล่อนประคองท่อนลำของเขาไปพาดไว้ในร่องอกของตัวเอง จากนั้นหล่อนก็บีบสองเต้าขนาด 40 นิ้วเข้าด้วยกันเพื่อให้มันบีบรัดท่อนเนื้อของเจ้านายหนุ่มเอาไว้ ภาดลเมื่อเห็นโฉมฉายจัดท่าทางเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มกระเด้าลำเนื้อกับหน้าอกอวบใหญ่ของหล่อนอย่างเร็วทันที และเพียงไม่นานน้ำรักจากปลายลำสวาทก็พุ่งกระฉูดออกมาเปรอะใบหน้าของโฉมฉายเต็มไปหมด คราบน้ำขาวขุ่นของเขาเกาะไปทั่วทั้งคาง ปาก แก้ม จมูก ไปจนถึงหน้าผากเลยทีเดียว มันช่างมากมายเหลือเกิน “อื้อหือ…คุณดลคะ วันนี้ทำไมออกเยอะจังเลยละคะ” “ก็มันอั้นมานานนี่นา ว่าแต่เธอรีบทำความสะอาดดีกว่า เกิดใครมาเข้าห้องน้ำตอนนี้แล้วจะเป็นเรื่อง” “แหม…จะรีบล้างทำไมละคะ ให้โฉมชิมน้ำของคุณดลให้ชื่นใจซะก่อนนะคะ” พอพูดจบเธอก็ใช้นิ้วปาดน้ำรักขุ่นข้นของเขาที่เปรอะอยู่ทั่วใบหน้าของตัวเองมาดูดเลียจนสะอาด ขณะที่ภาดลเองเมื่อปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่เสร็จแล้วก็รีบแต่งตัวเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที

Comments are closed.