“สวัสดีค่ะคุณกวิน วันนี้ไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไรคะ?? เอ่อ คุณนรากรกลับไปก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวคนไข้รายนี้กวางรับไว้เองค่ะ” หญิงสาวเจ้าของชื่อนรากรเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นผู้ที่เปิดประตูเข้ามาแล้ว เธอก็ยิ้มให้เขาผู้นั้นอย่างเป็นกันเอง และตอบกลับไป “จ้ะๆ แหม…..พอคนไข้ส่วนตัวมาเข้าหน่อยไล่เพื่อนไล่ฝูงเลยนะ รักษากันให้ดีๆนะจ๊ะ ระวังอย่าให้คนไข้ช้ำล่ะงั้นชั้นไปก่อนนะยะ” นรากรหยิบกระเป๋าขึ้นจากบนโต๊ะแล้วเดินออกไปจากห้องโดยที่ก่อนจากไปเธอก็ไม่ลืมที่จะยิ้มให้ชายหนุ่มที่เพิ่งจะเข้ามาพร้อมทั้งรับไหว้จากเขาด้วย กวินยิ้มแหยๆเมื่อร่างของนรากรลับตาไปแล้ว เขาจึงหันกลับมาแล้วบ่นอู้อี้ “โธ่คุณแม่ครับ เมื่อไหร่จะเลิกทักผมแบบนั้นซะทีนะ น้านรากรก็พลอยผสมโรงไปด้วยอีกคน” พิมผกาหรือกวาง หัวเราะคิกอย่างสบอารมณ์ “จ้าๆ….พ่อหนุ่มหน้าบาง แม่ขอโทษค่ะ แต่ว่าก็ว่าเถอะระวังตัวไว้นะ อย่าเจ็บไข้ได้ป่วยมาก็แล้วกัน ถึงมือแม่หรือยัยเล็กเมื่อไหร่ละก็น่าดูชมแน่” กวินเบ้หน้าแสยะล้อเลียนมารดานิดหนึ่ง “แบร่….จ้างให้ก็ไม่มาหรอก โรงบาลนี้อ้ะ ว่าแต่ว่า ผมหิวแล้วนะแม่ ไปหาไรทานกันก่อนได้มั้ยอ้ะคับ” พิมผกาหรี่ตามองลอดแว่นดูลูกชายสุดสวาทอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เอ๊าะอ๋อ…..หิวนี่เอง….ตังตัวเองก็มีไม่ไปหากินเอาล่ะเจ้าคะ ต้องมารอเค้าทำไมล่ะฮึ…” กวินเป่าปากตาเหล่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาฉับพลัน “เค้า??….โธ่…กำ….แม่คร้าบบ….เลิกล้อผมเล่นได้แล้วน่า….แล้วก็….ตังอ้ะมันก็มีอยู่หรอก….แต่มะอยากจ่าย…อย่าดื้อนะคร้าบคุณแม่คนสวย..คุณแม่ผู้น่าาาาา..ร้าาากกกก..ที่สุดของผม เลี้ยงลูกชายสุดที่รักวันนี้ซักมื้อละกันนะครับ” กวินบ่นๆนิดหน่อยแล้วจึงอ้อนกลับไปบ้าง คนพูดนั้นพูดโดยไม่ตั้งใจ แต่คนฟังหูผึ่งทันที ถามสวนกลับไปทันทีแต่ด้วยน้ำเสียงหงุมหงิมแบบเขินๆ”จริงรึเปล่าจ๊ะไอ้ที่พูดน่ะ” กวินยังตามไม่ทันเกาหัวแกรกๆแล้วถามกลับไป “อ่ะ..อะไรครับ อะไรจริงครับ…” พิมผกาก้มหน้างุด “ก็ที่ว่าแม่สวย แม่น่า…….น่ารักน่ะ จริงเหรอ??” กวินเป่าปากพรู “โถ….โถ…..นึกว่าอะไร ก็จริงสิครับ แม่น่ะไม่รู้ตัวมั่งเลยเหรอว่าแม่น่ะไม่ได้ดูแก่ไปเลยซักกะนิดเดียวใครมองผาดๆก็คิดว่าแม่น่ะอายุซัก 26-27 เท่านั้นแหละ แล้วผมก็เห็นหลายหนแล้วนะ ที่มีผู้ชายหลายๆคนมองแม่ตาเป็นมันแล้วมากะลิ้มกะเหลี่ยน่ะตั้งแต่ที่ทำโรงบาลเก่าก่อนที่แม่จะย้ายมาเนี่ย แล้วนี่ยังไม่รู้เลยว่ามีเหมือนที่เก่ามั้ย สงสัยผมต้องมารับทุกวันแล้วมั้งเนี่ย หรือยังไงครับคุณแม่??” พิมผกายิ่งหน้าแดงมากขึ้นถามอ้อมแอ้ม “ลูก….ลูกหวงแม่เหรอจ๊ะ??” บางสิ่งบางอย่างวูบเข้ามาในความคิดของกวิน ทำให้เขาตอบไปอย่างไม่ต้องคิด “อ๊ะ…แน่นอน…หวงสิครับแม่ผมทั้งสวยทั้งน่ารักออกอย่างนี้ มะหวงด้ายงาย” พิมผกาพยายามหุบยิ้มลงแสร้งปั้นหน้าอย่างเคร่งเครียด “เอาๆ จะให้แม่เลี้ยงข้าวแน่นอนว่างั้นเถอะ…อืมมม ก็ได้นะแต่มีข้อแม้นะจ๊ะ” กวินทำหน้างงๆถามอ้อมๆแอ้มๆ “อ่ะ…อะไรอ้ะคับอย่าบอกว่าจะให้ผมล้างสระว่ายน้ำเองอีกนะ..” พิมผกาย่นจมูกค้อนให้นิดหนึ่ง “บ้า…ใครเค้าจะไปใช้ลูกชายสุดที่รักให้ไปเหนื่อยยังงั้นล่ะยะ ร้อนตัวซะจริง ข้อแม้ของแม่น่ะง่ายๆ วันนี้ขอแม่ยืมตัวลูกควงซักวันนึง แล้วก็วันนี้แม่อยากดูหนังน่ะจ้ะถ้าได้ตามนี้ก็ไปเลย แต่ถ้าไม่ ก็ตัวใครตัวมัน” กวินสะดุ้งไปนิดหนึ่งกับความคิดแผลงๆของแม่ “เอ…จะ..จะดีเหรอครับแม่ แล้วไอ้ควงนี่ ควงยังไงอ้ะคับ” พิมผกาเอียงคอยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างแก้ม เพิ่มความน่ารักเข้าไปอีกสำหรับผู้ได้พบเห็น “เอาน่า เอาเป็นว่าตามใจแม่หน่อยก็แล้วกันแม่อยากทำไรลูกก็ตามใจแม่แค่นั้นแหละ ตกลงหรือไม่ตกลง” กวินยกมือเกาหัวแกรกกรากแล้วพยักหน้ารับอย่าง งงๆ “อ่ะ.อ่ะ..คับๆ เอาไงก็เอา แต่ตอนนี้ผมหิวแล้วอ้ะหิวมากๆด้วย ถ้าแม่ยังชักช้าอีก ผมอาจจะกลืนแม่เข้าไปทั้งตัวเลยก็ได้นะ…แฮ่…..” กวินรับปากและเร่งอย่างขันๆ พร้อมทั้งทำท่าขู่หลอกพิมผกา เป็นการพูดเล่นอย่างไม่ตั้งใจ แต่คนฟังกลับตั้งใจฟัง พิมผกาหน้าแดงเข้มขึ้นอีกครั้งพูดงึมงำอย่างที่กวินรับฟังได้ไม่ถนัดนัก “ชิ…แล้วถ้าแม่ให้กินจริงๆล่ะ…จะกล้ากินมั้ย…” ความรู้สึกนึกคิดบางอย่างผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็นกำลังเกิดขึ้นกับเธออย่างเงียบๆ พิมผการีบจัการเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงานคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายไหล่แล้วพาลูกชายเดินออกจากห้องทำงานเมื่ออกมานอกห้องทำงานพิมผกาชลอฝีเท้าให้กวินเดินขึ้นมาเคียงอยู่ด้านข้าง เมื่อกวินตามขึ้นมาทันในตำแหน่งอันเหมาะสมเธอก็คว้าแขนลูกชายดึงตัวเข้ามาแนบด้านข้างตัวของเธอแล้วคล้องแขนเขาไว้ในวงแขนเธอทันที กวินทำหน้าเหวอๆงงๆพยายามจะแกะแขนออกแต่กลับได้ยินเสียงกระซิบดุๆดังเข้าหูมา “จุ๊ๆ..เดินไปตามปกติอย่างนี้แหละ ก็ลูกไม่อยากให้ใครมาจีบแม่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ…” กวินเหลียวซ้ายแลขวาล่อกแล่ก แล้วกระซิบตอบ “อัน..อันนั้นก็ใช่ครับแต่ทำแบบนี้มันจะดีเหรอครับแม่เดี๋ยวใครรู้ใครเห็นเค้าจะเอาไปพูดกัน แม่จะเสียนะ” พิมผกาเอียงคอนิดหนึ่งซบลงไปที่ต้นแขนลูกชายแล้วกระซิบ “ที่นี่น่ะนอกจากยัยเล็ก(นรากร) แล้วก็ไม่มีใครที่นี้เค้ารู้หรอกว่าเราน่ะเป็นแม่ลูกกัน วินสัญญากับแม่แล้วไงว่าจะตามใจแม่วันนี้น่ะ” เมื่อถูกทวงสัญญากวินจึงนิ่งเงียบยอมรับสภาพโดยดุษณี และพยายามที่จะไม่นึกถึงก้อนเนื้อหยุ่นๆ ที่กำสีอยู่ที่ข้างแขนของเขาในขณะนี้ เมื่อลิฟต์เปิดประตูอ้าออกทั้งสองคนก็เดินเข้าไป ในลิฟต์ตอนนี้มีคนมากพอสมควร แต่ก็ยังสามารถรองรับได้อีก4-5คน เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงทั้งสองไม่จำเป็นต้องกดชั้น เพราะมีคนกดชั้นเดียวกันไว้อยู่แล้วพิมผกายังคงคล้องแขนกวินไว้หลวมๆ เหลียวมองดูผู้คนในลิฟต์ก็ไม่พบใครที่รู้จักเลยคาดว่าน่าจะเป็นญาตผู้ป่วยซะมากกว่า แต่เมื่อลิฟต์เลื่อนลงมาได้แค่ชั้นเดียวก็หยุดลง และประตูเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้มีคนเดินเข้ามาเพิ่มอีก5คน ทำให้พื้นที่ในลิฟต์เหลือน้อยลงไปถนัดตา กวินจึงต้องถอยตัวเองเข้าไปตรงกลาง และเอาตัวบังผู้ชายคนหนึ่งไว้แล้วดึงพิมผกาให้มายืนซ้อนตัวเขาอยู่ข้างหน้าอีกที 5 คนที่เข้ามาทีหลังก็พยายามจัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับตัวเองโดยไม่ได้สนใจคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วซักเท่าไหร่ผลที่ได้ก็คือ พิมผกาต้องถดถอยตัวเองไปข้างหลังอีกนั่นก็คือตัวเธอต้องไปยืนเบียดอัดอยู่กับตัวของลูกชาย แผ่นหลังเธอสัมผัสชิดกับหน้าอกของกวิน และที่รู้สึกถึงสัมผัสที่ชัดเจนยิ่งกว่าก็คือก้นงามงอนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้ากระโปรงสัมผัสกับอะไรอีกอย่างที่แฝงความอบอุ่นและมีสภาพรูปทรงที่เธอคุ้นเคย ถึงแม้จะผ่านมานานเกือบสิบปีแล้วก็ตาม เพียงเธอหลับตาก็สามารถวาดภาพมันได้ทันที พิมผกายืนก้มหน้าหลับตานิ่งเคลิ้มฝันไปกับจินตนาการที่เธอสร้างขึ้นเองการตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติเริ่มเกิดขึ้น พิมผกาเบียดอัดก้นงามงอนเข้าหาสิ่งที่แผ่ไออบอุ่นนั้น ให้สัมผัสกับมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทางด้านกวินเองนั้นกลับตรงกันข้ามกับผู้เป็นแม่ อาการที่เกิดขึ้นกับพิมผกา กวินมองว่าเป็นเพราะคนที่เพิ่มเข้ามาเบียดเสียดเยียดยัดให้ลิฟต์แน่นขึ้นนั่นเอง ความซ่านเสียวที่ห่างหายไปนานที่พิมผกาไม่ได้นึกถึงหรือสัมผัสมาเนิ่นนาน บัดนี้มันกลับคืนมาอีกครั้ง เธอรู้สึกได้เพราะหลักฐานที่เยิ้มหยาดจากร่องหลืบซึมเยิ้มผ่านเนื้อผ้าลายลูกไม้บางๆ ความอยากตามธรรมชาติทวีขึ้นเป็นลำดับ มากขึ้นตามความเปียกเยิ้ม แต่ก่อนที่พิมผกาจะเตลิดไปมากกว่านี้ ประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง เมื่อลิฟต์เลื่อนลงมาจนถึงชั้นล่างสุดแล้ว คนทั้งหมดทยอยเดินออกไป พิมผกาหงุดหงิดเล็กๆกับอารมณ์ที่ขาดตอนลงเธอเหลือบมองไปที่กวินด้วยสายตาที่เยิ้มหวานกว่าปกติ แล้วจึงเกาะแขนลูกชายเดินออกไปด้วยกันณ.ห้างสรรพสินค้าใหญ่บริเวณชานเมือง คราคร่ำไปด้วยผู้คน ที่ส่วนใหญ่มีจุดมุ่งหมายเพียงแค่เข้ามาเดินตากแอร์ มากกว่าที่จะซื้อของ กว่าจะฝ่าการจราจรที่ติดขัดแบบไม่ต้องมีเหตุผลออกมาได้ พิมผกาและกวินก็มาถึงเอาสองทุ่มจะครึ่งเข้าไปแล้วสองแม่ลูกที่ดูเหมือนคู่รักทั่วๆไปซะมากกว่า กำลังยืนเลือกที่นั่งจากโปรแกรมจองตั๋วหนัง “ตกลงเอาที่นั่งแบบเอ็มเพอร์เร่อร์เลยนะวิน แม่อยากลองดู” กวินหันไปพยักหน้ารับ “อืมมม ก็ตามใจแม่นะครับ ดีเหมือนครับผมก็อยากลอง” พิมผกาหลือบตามองหน้าจอเพื่อดูแถวที่ว่างอีกครั้งหนึ่ง “อืมมมม เอาแถวหลังนี่แล้วกันนะวิน …..” แล้วเธอก็เงยหน้าบอกกับพนักงานผ่านช่องกระจกเข้าไปพร้อมกับชี้นิ้วบอกจุด “ขอที่ตรงนี้ 2 ที่ค่ะ” พนักงานขายตั๋วก้มหน้าก้มตากดคีย์บอร์ดและยื่นส่งตั๋วให้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พิมผการับตั๋วหนังมาแล้วเดินจูงมือลูกชาย เดินออกมา เมื่อได้ร้านอาหารเหมาะๆทั้งคู่ก็เข้าไปสั่งอาหารและเครื่องดื่ม กวินหันไปถามพิมผกา “หนังฉายกี่โมงฮะแม่” พิมผกาก้มลงหยิบตั๋วขึ้นมาอ่านดู “รอบ 4 ทุ่มครึ่งจ้ะ(คิดว่ามีก็แล้วกันนะ)” กวินยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกานิดหนึ่ง “อืมมม มีเวลาอีกถมเถ ว่าแต่ถ้าผมจำไม่ผิดพรุ่งนี้แม่ไม่ได้ไปทำงานใช่มั้ยครับ??” พิมผกาเงยหน้ามองดูลูกชายเอียงคอยิ้มโชว์ลักยิ้มอีกครั้ง “จ้ะ แม่ได้หยุดสองวันเลย ถึงได้กล้าเลือกดูเรื่องนี้ไง เห็นยัยเล็กบอกว่าหนังยาวตั้ง 3 ชั่วโมงกว่า” กวินหัวเราะเบาๆในลำคอ “ฮึ ฮึ…ถ้าผมหลับไปก่อนแม่อย่าลืมปลุกผมด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูจนจบได้มั้ย เมื่อคืนก็ปั่นรายงานทั้งคืน” พิมผกายิ้มให้ลูกชายอีกครั้งแล้วทั้งสองก็ทานอาหารกันไปหยอกล้อคุยกันไปจนกระทั่ง ทั้งคู่อิ่มหนำสำราญชำระเงินเป็นที่เรียบร้อยทั้งคู่เดินเตร็ดเตร่ชมโน่นชมนี่ไปเรื่อยจนเริ่มเบื่อ แต่ก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมง กวินจึงหันไปชวนพิมผกา “แม่ครับแวะนั่งเล่นเน็ตกันก่อนดีมั้ยครับคิดซะว่าฆ่าเวลาก็แล้วกันผมมีอะไรต้องเช็คนิดหน่อยด้วยครับ” พิมผกาก็กำลังเมื่อยจึงตอบตกลง “อืมม ดีเหมือนกันจ้ะ แม่จะเข้าไปเช็คเมล์ด้วย” ทั้งคู่เดินเข้าร้านเน็ตที่อยู่ใกล้ๆไปทันที โดยขอใช้บริการสองเครื่อง ร้านนี้ยังมีคนใช้บริการกันอีกมากทั้งสองคนได้เครื่องที่ตั้งหันหลังชนกัน กวินเปิดเว็บไซ้ท์ที่เขาต้องการทันที เว็บนี้เป็นลักษณะของเว็บบอร์ด ที่เขาร่วมมือกับรุ่นพี่ที่ต่างวัยอีกสองคนร่วมกันจัดทำขึ้นมาวัตถุประสงค์เพื่อโพสท์เรื่องในจินตนาการแลกเปลี่ยนกันอ่าน เป็นเว็บที่ปกปิด เข้าเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตซึ่งปัจจุบันก็มีสมาชิกทั้งชายหญิงรวมๆกันประมาณ 70 คนได้ กวินเข้ารหัสพิเศษเฉพาะของเว็บมาสเตอร์ เพื่อทำการแก้ไขเพจซึ่งได้รับคำของร้องมาจากรุ่นพี่ที่ต่างวัยนั้น ผ่านไปประมาณ 15 นาที ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยกวินจึงได้เริ่มอ่านหัวข้อต่างๆที่สมาชิกได้มาโพสท์กันเอาไว้ วันนี้มีเรื่องใหม่เข้ามาอีก 3 เรื่องจากนักเขียนตัวยงของเว็บ และแน่นอนทั้ง 3 เรื่องเป็นแนวเรื่องครอบครัวล้วนๆ กวินอ่านผ่านตาคร่าวๆไปก่อน แล้วกวินก็เริ่มนึกถึงเหตุการในลิฟต์เมื่อตอนออกมาจากโรงพยาบาลที่แม่เขาทำงานอยู่ เนื่องจากมีอยู่เรื่องหนึ่งจากที่อ่านมีเหตุการณ์คล้ายๆกับที่เกิดขึ้นกับกวิน ความคิดหนึ่งแวบมาในสมอง กวินเปิดเว็บไช้ท์ฟรีอีเมล์ชื่อดังขึ้นมา แล้วทำการสมัครใหม่ทันที เมื่อเสร็จแล้วกวินก็เริ่มเขียนเมล์ใหม่ทันทีเหมือนกัน โดยเนื้อหาของเมล์นั้นแทบจะไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์เลยเพราะกวินคัดลอกเรื่องจากในบอร์ดที่กวินอ่านมาเมื่อสักครู่นี้ แปะลงไปในเมล์นั้น แล้วจึงกรอกชื่อเมล์แอดเดรสของผู้รับแล้วกดส่งไปทันที จากนั้นก็เปิดเว็บไซ้ท์อื่นๆดูๆไปเรื่อยๆพิมผกาเปิดเมล์มาเช็คเมล์ใหม่ได้สักครู่ก็ไม่มีอะไรจะทำ เธอจึงเปิดเว็บไซ้ท์ที่เกี่ยวข้องกับงานของเธอเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เธอเจออยู่เว็บหนึ่งเป็นที่น่าสนใจมากจึงนั่งอ่านอยู่พักใหญ่ๆ แล้วเธอจึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อขอรับข่าวสารและรหัสผ่านจากเว็บนี้ เพื่อจะได้ขอรับทราบข้อมูลที่มากกว่านี้ เมื่อสมัครเสร็จแล้วเธอก็ต้องกลับไปเช็คเมล์อีกครั้งเพื่อจะได้รับรหัสผ่าน แต่ครั้งนี้เธอแปลกใจเพราะมีเมล์เข้ามาสองฉบับอันนึงมาจากเว็บไซ้ท์ที่เธอสมัครสมาชิก แต่อีกอันมาจากใครก็ไม่ทราบ พิมผกาลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอจึงเลือกเปิดเมล์จากคนที่ไม่รู้ว่าใครก่อน เมื่อเธอกวาดตาอ่านไปได้ซักประมาณ4-5บรรทัด พิมผกาก็ไม่สามารถที่จะละสายตาออกจากเมล์ฉบับนี้ได้อีกแล้ว….มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับดาราสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่งของวงการ ที่ต้องการจะมีอะไรกับลูกชายของตัวเอง อารมณ์ที่ค้างคาของพิมผกาถูกจุดให้คุโพลงขึ้นอีกครั้ง เพราะตัวอักษรทุกตัวที่ร้อยเรียงผ่านสายตาเธอนั้นเป็นเสมือนตัวแทนของจินตนาการความต้องการของเธอทั้งสิ้น เมื่ออ่านไปมากๆเข้ามันทำให้เธอแทบจะเสร็จตามตัวละครในเรื่องไปซะให้ได้ พิมผกาพยายามเบียดขาทั้งสองให้ชิดกันมากขึ้นขยับต้นขาเบาๆช้าๆให้เนื้อเสียดสีกันแต่มันก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความต้องการของเธอให้ลดลงไปได้เลย เธอค่อยๆเอียงคอชะโงกหัวมองข้ามจอคอมฯที่บังระหว่างเธอกับกวิน เห็นกวินนั่งจ้องจอคอมฯของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วพิมผกาก็วกสายตากลับมานั่งอ่านส่วนที่เหลือต่อไป แต่ก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เรื่องราวกลับจบเอาดื้อๆมันทำให้ความหงุดหงิดงุ่นง่านของเธอกลับมาอีกครั้ง แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีมือของใครบางคนวางหมับลงบนหัวไหล่เธอทั้งสองข้างพร้อมกัน และยังบีบขยำหัวไหล่เธอเบาๆพร้อมทั้งลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใส่กกหูด้านหลังของเธอ พิมผกาเหลียวกลับอย่างรวดเร็ว จึงเห็นว่าเป็นกวินนั่นเอง “แม่ครับ เป็นอะไรรึเปล่าอ้ะ เหลือเวลาอีก 10 นาทีเอง เราไปกันเถอะครับแม่” พิมผกาถอนใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นลูกชาย เธอพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายเดินออกจากร้านเน็ตนั้นพร้อมกับกวิน แล้วพิมผกาก็ต้องเอะใจเมื่อถูกกวินยื้อยุดฉุดแขนเธอเพื่อให้เดินแนบชิดไปกับเขาแต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างไรมิหนำซ้ำเธอยังสอดแขนคล้องแขนลูกชายไว้พร้อมกับเบียดด้านข้างของฐานนมให้คลึงเคล้าเสียดสีอย่างแผ่วเบาเหมือนไม่ตั้งใจไปกับท่อนแขนกวินซะอีก เหลือบตาขึ้นมองหน้าลูกชายแวบหนึ่งแล้วพูดเบาๆ “เอ๊ะ นี่นึกยังไงถึงได้ดึงแม่เข้ามาเดินซะชิดแบบนี้ล่ะทีเมื่อหัวค่ำไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่” กวินหัวเราะเบาๆในลำคออีกครั้งแล้วก้มหน้าเอียงไปกระซิบตอบ “อ้าว…ก็แม่บอกว่ายืมตัวผมมาควงไม่ใช่เหรอครับ ยังไงๆ ผมก็รับค่าจ้างแม่มาแล้ว ก็คือแม่เลี้ยงข้าวผมกับหนังอีกเรื่อง ผมก็ต้องบริการตอบให้ซะหน่อย หรือว่าแม่ไม่เอาแล้ว??” เสียงเพียะเบาๆเมื่อพิมผกาตีต้นแขนของกวินแทนคำตอบ แล้วทั้งคู่ก็มาถึงในโรงหนังจากการนำของพนักงาน แนะนำการใช้เก้าอี้และอื่นๆ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จากไป มันเป็นเก้าอี้แบบปรับเอนนอนสุกหรูหราออกแบบมาเพื่อความสบายในอิริยาบทขณะรับชมภาพยนต์ เก้าอี้ถูกจัดวางเป็นคู่ๆโดยแต่ละคู่จะคั่นกลางด้วยเทอเรสเล็กๆสำหรับวางแสน็คและเครื่องดื่มเมื่อทั้งคุ๋นั่งเรียบร้อย หนังตัวอย่างก็เริ่มฉายกวินกวาดตามองไปรอบๆก็เริ่มแปลกใจ เพราะทั้งโรงตอนนี้มีเพียงเขากับแม่เพียงสองคนเท่านั้น แล้วก็ต้องหันขวับกลับไปเมื่อพิมผกาสะกิดแขน “วินๆ ช่วยดูเก้าอี้แม่ให้หน่อยสิ มันเป็นไรไม่รู้ ทำไมมันปรับเอนไม่ได้ล่ะ??” กวินลุกขึ้นไปช่วยปรับอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่เป็นผล ” เอ…ไม่ได้เรื่องเลยแฮะ สงสัยจะเสีย เดี๋ยวผมไปเรียกพนักงานเขามาดูนะ” แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปพิมผกาก็ฉุดแขนเอาไว้ “มะ..ไม่เป็นไรมั้งจ๊ะวินช่างมันเถอะ” กวินเกาหัวแกรก “อ้าวช่างมันได้ไงอ้ะครับตั้ง 300” พิมผกาจูงกวินให้ไปนั่งที่เก้าอี้ของเขาแล้วเธอก็ซุกตัวนั่งเบียดลงไปด้วย “ชิ…พูดอย่างกะจ่ายตังค์เองงั้นแหละ เอาเถอะ นั่งตัวเดียวกันนี่แหละ เก้าอี้ออกจะใหญ่โต ขอแม่นั่งด้วยคนนะจ๊ะ” กวินอดขำซะไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร “เอาๆ…ตามใจขอรับคุณแม่ที่เคารพ เอาไงเอากัน แล้วอย่ามาบ่นว่าเมื่อยนะครับ” แล้วทั้งคู่ก็นั่งเบียดอยู่บนเก้อี้ตัวเดียวกันไป จนกระทั่งผ่านหนังตัวอย่างไปได้ประมาณ 10 นาที ก็มีชายหนุ่มหญิงสาวอีกคู่หนึ่งจูงมือกันเข้ามาแล้วเดินเลยแถวที่ทั้งสองนั่งอยู่ลงไปอีกสองแถวจนกระทั่งหนังเริ่มฉายก็ไม่มีแววว่าจะมีคนเข้ามาดูเพิ่มอีกเลยเก้าอี้ถูกปรับเอนราบลงไปแล้ว อากาศเย็นลงเรื่อยๆเนื่องเพราะคนมีน้อย สองแม่ลูกเอนกายเบียดกันอยู่บนเก้าอี้ตัวกันเช่นนั้น พิมผกาในหัวเธอตอนนี้มีแต่เรื่องดาราสาวที่เพิ่งได้อ่านมาจากเมล์ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่ง เนื้อเรื่องและสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องเฝ้าวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึงของเธอทุกบททุกตอน จินตนาการของพิมผกาเตลิดเปิดเปิงจนสุดกู่ เมือกเหนียวลื่นชุ่มฉ่ำส่งสัญญาณออกมาเป็นระลอกกล้ามเนื้อในหลืบเร้นเต้นตอดเป็นจังหวะ ยิ่งโดยเฉพาะได้เบียดอัดอยู่กับร่างอุ่นที่ข้างกายเธอตอนนี้ “วินจ๊ะ แอร์เย็นจังเลยนะ”รำพึงเบาๆแว่วผ่านเข้าหูกวิน เขาขยับตัวนิดหนึ่ง “แล้ว….แล้วแม่หนาวมากมั้ยครับ…..แต่เอ….จะให้ผมทำไงดีล่ะ แจ็คเก็ตฟิลด์ของแม่ก็อยู่ในรถซะด้วย ผมลงไปเอามาให้ดีมั้ยครับ” พิมผกาถือโอกาสจับแขนลูกชายเธอไว้อีกครั้งแล้วดึงเข้ามาให้แนบชิดตัวเธอมากขึ้นเมื่อเห็นกวินขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้น “มะ…ไม่เป็นไรจ้ะ ว่าแต่ลูกไม่หนาวเหรอ??” กวินยิ้มให้ในเงามืดสลัวนั้น “ก็หนาวอ้ะนะครับแต่พอทนได้แม่หนาวมากเลยเหรอครับ” พิมผกาก็หน้าแดงซ่านในเงามืดนี้เช่นกันพยักหน้าตอบไป “ก็…หนาวนะแต่ถ้าได้เบียดกับลูกแบบนี้แล้วแม่รู้สึกอุ่นขึ้นเยอะเลยหล่ะ”กวินก็สวนคำไปทันทีเหมือนกัน “แล้วถ้ามากกว่านี้อีกล่ะครับ….” เหมือนจะนึกขึ้นได้ คำพูดเขาจึงหยุดอยู่แค่นั้น แล้วจึงพูดอ่อยๆต่อมา “ผม…ผมหมายถึงว่าแม่เบียดมาอีกก็ได้ครับถ้าจะทำให้แม่สบายขึ้น” กวินจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า สบายโดยเฉพาะและก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยเมื่อพิมผกาก็ต่อกลับมา “ถ้าได้กอดแบบนี้ด้วยแม่ก็อยู่ได้ทั้งคืนเลยแหละจ้ะ” พร้อมกับคำพูดพิมผกายกหัวขึ้นดึงแขนข้างหนึ่งของกวินให้พาดขวางลงไปแล้วปล่อยศรีษะลงหนุนท่อนแขนนั้นไว้แล้วดึงอีกมือของลูกชายให้มาโอบกอดเธอไว้กวินฝืนๆอยู่หน่อยหนึ่งแล้วก็ปล่อยตัวตามสบาย แต่เพิ่มแรงกอดรัดใส่ร่างเย็นเฉียบแต่นุ่มแน่นนั้นมากขึ้นแล้วทั้งคู่ก็ดูหนังต่อไป ผ่านไปอีกสักครู่ฉากในหนังก็เปลี่ยนไปกลายไปเป็นฉากรักโรแมนติกแล้วต่อด้วยบทแสดงรักของดาราชายหญิงในจอ กวินเริ่มมีอารมณ์คล้อยตาหนังประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นแขนข้างที่ถูกพิมผกาหนุนนอนอยู่นั้นงอพับเข้ามาช้อนเข้าใต้รักแร้ฝ่ามือสัมผัสอยู่ข้างฐานเต้าที่มีเสื้อและผ้ายกทรงบางๆปิดกั้นอยู่นั้น ด้านพิมผกาอารมณ์เก่าจากที่อ่านเมล์ลึกลับยังไม่ทันจะนอนก้นดีวคามรึ้กที่ได้จากในหนังก็เข้ามาช่วยปลุกเร้าเธอเข้าไปอีกจนเมื่อฝ่ามือของลูกชายสอดล้วงเข้ามาใต้รักแร้แล้วประกบวางอยู่ข้างเต้านมของเธอ ความสยิวก็เพิ่มขึ้นมาพิมผกาสะดุ้งเล็กน้อยแต่จากอาการสยิวมากกว่าอาการตกใจ ตาที่จับจ้องจอหนังหรี่ปรือลงอีกเล็กน้อยร่างกายเบียดอัดเข้าหาลูกชายอีกเอาด้านหน้าของเต้านมบดอัดทิ่มแทงด้านข้างของกวิน อีกทือหนึ่งที่โอบกอดพิมผกาไว้ก็ค่อยๆไล้เลื่อนลงจนถึงแนวสะโพกของพิมผกาแต่ก็หยุดไว้แค่นั้นเมื่อพิมผกาเด้งสะโพกเบาๆเข้าอัดสีข้างของเขาแล้วบดอัดแช่นิ่งอยู่แค่นั้น ตั้งแต่เริ่มกอดกันนั้นแขนข้างหนึ่งของพิมผกาวางทอดอยู่บนหน้าท้องของกวินตรงบริเวณหัวเข็มขัดอยู่แล้ว บัดนี้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นแผ่วๆที่คลี่ขายขึ้นมาจนถึงแขนของเธอ พิมผากขยับแขนเลื่อนลงไปอย่างช้าๆแทบจะมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตรจนกระทั่ง…. แขนของเธอปะทะกับอะไรบางอย่างที่รอรับอยู่นั้นอย่างแผ่วเบา โดยสัณฐานค่อนข้างกลม-มน ระอุผ่าวตระหง่านเงื้อมดันผ้ากางเกงขึ้นมา เธอก็หยุดนิ่งอยู่แค่ตรงนี้เช่นกัน เหมือนรอดูอาการตอบสนองของอีกฝ่าย แล้วทั้งคู่ก็นิ่งเป็นดุษณีแค่นั้น แล้วกำซาบรับความรู้สึกจากทางร่างกายและจักษุต่อไป บทบาทในหนังบนจอเพิ่มดีกรีความระอุในด้านกามารมณ์มากขึ้นและเมื่อดำเนินมาถึงจุดสำคัญคือบทสอดใส่ในหนัง โดยแทบจะพร้อมกันมือของกวินที่แตะอยู่ด้านข้างของฐานนมพิมผกาก็คว้าหมับมาที่ด้านหน้าอีกกลายเป็นการบีบจับเต้าเต่งนั้นอย่งพอดีถึงแม้จะไม่ค่อยถนัดนัก และเช่นกันแขนของพิมผกาที่วางแตะปลายหัวอุ่นผ่าวนั้นก็เลื่อนลงอย่างรวดเร็วฝ่ามือน้อยๆของเธอก็คว้าหมับลงบนลำแท่งอุ่นนั้นเต็มกำมือ กำขยำบีบปล่อยอย่างเป็นจังหวะ เสียงครางเบาๆดังลอดไรฟันของทั้งคู่ออกมาอย่างแผ่วๆ ความต้องการที่เก็บกดกักไว้มานานของพิมผกาแตกระเบิดออกไปแล้วความเร่าร้อนรุนแรงในด้านเซ็กส์ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ขยายตัวออกมา เช่นเดียวกับด้านของกวิน มือข้างที่วางแปะบนสะโพงงอนงามของพิมผกาผู้เป็นแม่เลื่อนเลื้อยลงไปบีบจับแก้มก้นที่ยังตึงเปรี๊ยะอย่างเต็มกำมือการเล่นเอาเถิดเจ้าล่อที่ดำเนินมานานของสองแม่ลูกถึงจุดสิ้นสุดแล้วหลายครั้งหลายหนแล้วที่พิมผกาแอบฟังเสียงร่ำร้องเรียกชื่อของเธอในยามที่กวินลูกชายเธอกำลังนั่งกำควยชักว่าวไม่ว่าจะในห้องน้ำหรือห้องนอน และก็บ่อยครั้งเช่นกันที่กวินได้ยิเสียงครวญของพิมผกาที่เอ่ยชื่อเขาในเวลาที่เธอ…. แยงนิ้วซอยแยงแทงใส่รูหีของเธอแต่กวินดูเหมือนจะได้เปรียบมากกว่าเพราะเขาหาวิธีปีนป่ายแอบดูเธอได้อย่างจะจะ ในขณะที่พิมผกาได้แต่ฟังอย่างเดียว อาการเช่นนี้ของสองแม่ลูกดำเนินมาเกือบสองปีแล้ว บัดนี้องค์ประกอบทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์แล้วสำหรับสองแม่ลูก มือที่บีบก้นกอยงอนงามอวบเต่งเนื้อแน่นเลื่อนละลงหาชายกระโปรงของพิมผกาถลกดึงรั้งขึ้นอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วกรีดเขี่ยเข้าจากทางด้านหลังผ่านผ้าบางๆที่กางกั้นเป็นชั้นสุดท้าย แค่สัมผัสถูกกวินก็รับรู้ถึงความเปียกเยิ้มของเมือกลื่นที่ถูกขับออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าจนเปียกชุ่มผ้าบางๆนั้น ผลตอบสนองจากผู้เป็นแม่ก็คือเสียงซี้ดรอดไรฟันและแรงบีบกำที่กระทำต่อท่อนลำที่แข็งโชนอุ่นระอุนั้น เธอกำบีบมันอย่างแรงเพื่อคลายความเสียวที่เกิดขึ้น…กวินชักมือกลับมาบีบกุมมือแม่ที่กำลังกำควยของเขาอยู่ การตอบสนองที่ได้รับคือแรงกำบีบที่เพิ่มขึ้นให้กับท่อนควยที่แข็งปังของเขาเหมือนเป็นการตอบรับ กวินจึงละมือออกจากมือของแม่ เลื่อนขึ้นมาปลดเข็มขัดและตะขอกางเกง ความร่วมมือสอดประสานเกิดขึ้นทันทีเหมือนกันเมื่ออีกมือหนึ่งที่ไม่ใช่มือของเขาจับซิปกางเกงรูดลงไป กวินจับขอบกางเกงในตัวเองดึงรั่งร่นลงไปปล่อยให้ท่อนควยแข็งโชนดีดตัวขึ้นมาตั้งเด่รับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันก็หนาวเย็นได้ไม่นานเพราะพิมผกาก็คว้ามาจับไว้เต็มกำมือด้วยอาการสั่นเทาอย่างประหลาดพร้อมเสียงครางฮึมหวานๆในลำคอ “อืมมม…ใหญ่จัง…ใหญ่มาก…ทำ….”เสียงกระซาบซิบของเธอขาดหายไปขาดตอนไปเฉยๆเหลือแต่เสียงอู้อี้ในลำคอ เพราะปากเธอถูกประกบปิดด้วยอีกปากหนึ่ง ริมฝีปากอ่อนนุ่มแห้งผากเริ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วยหยาดน้ำลายจากชายที่เรียกว่าลูก ซึ่งตอนนี้กำลังดูดเม้มริมฝีปากเธอทั้งบน-ล่างสลับกันไปอย่างกระหาย แล้วพิมผกาก็ปล่อยลวดลายของแม่เสือสาวผู้หิวกามเมื่อเธอแยงแหย่งลิ้นสอดเข้าไปความนหาลิ้นของลูกชายอย่างเหนือชั้นในเชิงกาม ทำเอากวินลืมตาโพลงจ้องมองใบหน้าผู้เป็นแม่ซึ่งอยู่ติดชิดใกล้มากที่สุดอย่างที่ไม่เคยชิดมาก่อน แล้วก็ต้องรีบถอนปากออกมาแหงนหน้าสูดปากยาวเมื่อพิมผกากำควยของเขาดึงรั้งหนังควยให้ร่นลงไปจนเกือบสุดจนหนังที่หุ้มอยู่ปลายหัวถอกรั้งร่นลงไปเปิดหัวเงี่ยงบานแดงค้างไว้เช่นนั้นเธอยังใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงวนอัดอยู่ที่ปากรูเยี่ยวบนปลายควยของลูกชายเพื่อเกลี่ยน้ำควยที่ไหลซึมออกมานั้นให้กระจายไปทั่วๆหัวควยใช้นิ้วที่เปรอะน้ำควยของลูกชายเธอเองละเลียดละเลงอย่างแผ่วเบาไปตามขอบหยักจนทั่วเป็นวง ความเสียวสะท้านจากมือคนต่างเพศที่กวินใฝ่ฝันมานาน ทำให้เขาเสียวสะท้านอย่างสุดกลั้น “อูววว์….มะ..แม่ครับ…แม่….ผม..ผมเสียว ซี้ดดดส์….พอ..พอก่อนครับ” พิมผกาเงยหน้าไซร้าริมฝีปากเข้าใส่ซอกคอจนถึงติ่งหูลูกชายแล้วกระซิบด้วยเสียงกระเส่าพอๆกัน “ไม่ค่ะ….นี่ไม่ใช่แม่นะคะ….นี่กวางไงคะ กวางที่วินร่ำร้องเรียกหามาตลอดไงคะ ….เป็นไงคะวิน กวางจับของวินไว้แล้วไงคะอย่างที่วินเคยบอกว่าอยากให้กวางจับไงคะ…ดีมั้ยคะ” กวินหูผึ่งเข้าใจแล้วว่าตัวเองต้องเล่นบทไหน “อูยยย…คะ..คะ..ครับ..กวะ….กวาง…แล้วกวางจับอะไรวินอยู่น่ะรู้มั้ย” พิมผกาสะท้านเฮือกเหมือนจะสาแก่ใจเมื่อลูกชายพลิกบทอย่างรวดเร็วหันมาเล่นด้วยกับเธอแบบนี้ “ก็…แหม…ก็จับอยู่นี่ไงคะจะมาถามกวางทำไมอีกล่ะ” กวินยังไม่ยอมละความพยายามที่จะให้แม่พูดสิ่งที่อยากได้ยินจากปากแม่ “ถ้ากวางไม่บอกให้ชัดๆ วินไม่ให้จับแล้วนะ กวางจับอะไรของวินอยู่ครับ” ขู่เอาดื้อๆแบบนี้พิมผกาจึงเกิดอาการมันเขี้ยวเล็กๆวกหัวแม่มือกลับไปช่วยกำรอบลำควยขยับขึ้นมากำส่วนที่ต่ำกว่าปลายหัวถอกลงไปหน่อยนึง ที่แม้เธอจะพยายามบีบกำอย่างไรนิ้วเธอก็แทบจะไม่บรรจบกันได้อย่างครบรอบดีนัก แล้วกระตุกชักขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แล้วกระเส่าเสียงกระซิบแผ่วที่ข้างหู “ก็..จับ…จับ ค ว ย ของวินอยู่ไงล่ะคะ” เฉพาะตรงคำว่าควยเสียงเธอแทบจะกลืนหายไปกับเสียงที่ดังจากลำโพงรอบตัวในโรงหนังนั้นแต่ขณะที่แผ่วคำว่าควยออกจากลำคอปฏิกริยาที่กระทอกควยนั้นกลับเร่งเร้ารุนแรง และเมื่อจบประโยคพิมผกาก็รูดหนังควยของลูกชายกลับขึ้นมาหุ้มหัวถอกบานร่านั้นไว้แล้วบีบมือใส่หัวควยหุ้มหนังนั้นอย่างแน่นกระชับ “หา…กวางว่าจับอะไรนะวินไม่ได้ยินเลยอ้ะ บอกอีกทีสิครับที่รัก” หยอดคำสุดท้ายอย่างเหนือความคาดหมายของผู้เป็นแม่ พิมผกาสะท้านเยือกกับสรรพนามนั้น ความหงี่ง่านแตกระเบิดออกอีกรอบอย่างสุดกลั้น “ควย….ควยค่ะวิน….กวางจับควยวินอยู่นี่ไงคะ…กวางชักว่าวให้วินนะคะ ให้กวางรูดควยให้วินนะคะ..นะ..” ออดอ้อนรำพันอย่างหมดยางอายเช่นนั้น กวินก็ทนฟังไม่ได้จึงต้องใช้ปากบดอัดปิดปากลิ้นพันเข้าไปช่วยอุดปากฉอเลาะออดอ้อนนั้นให้งเยบเสียงไปมือข้างเก่าวกกลับมาที่ชายกระโปรงที่ยังเลิกค้างไว้สอดแพนิ้วลงไปจากขอบกางเกงในตัวน้อยบีบขยำเนื้อก้นที่ยังเด้งเต่งตึงนั้นอย่างมันเขี้ยวแล้วจึงค่อยๆสอดนิ้วเลื้อยผ่านก้นกบผ่าลงกลางร่องก้น แต่ก็ต้องติดสะดุดนิดหนึ่งเพราะพิมผกาผวาเยือกเกร็งแก้มก้นขมิบเข้าหากันหนีบนิ้วซุกซนนั้นไว้ขณะหนึ่งประจวบกับนิ้วของกวินที่เพิ่งจะซุกมาถึงแค่ปากรูก้นเมื่อถูกหนีบจนเลื่อนต่อไปไม่ได้เขาจึงแก้เกมส์กันของแม่ด้วยการกดนิ้วเน้นๆลงบนปากรูนั้นอย่างหนำใจด้วยอาการกดๆยกปลายนิ้วเข้าใส่พิมผกาเสียวสะท้านกว่าที่เคยได้แต่แอ่นอัดเต้านมและเบียดสะโพกเข้าใส่ลูกชายครางอือๆอาๆในลำคอส่ายหน้าน้อยๆไปมาเหมือนจะบอกลูกชายว่าไม่ใช่รูนั้น และเมื่อเธอผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนที่นิ้วประหลาดนั้นจะซุกมุดเข้าไปในรูแคบฟิตสดซิงนั้นได้ กวินซึ่งรอดักจังหวะอยู่ก็ฉกนิ้ววาบลงลึกไปหาอีกรูที่เปียกเยิ้มขมิบตอดไม่แพ้กันทันที แล้วรีบจิกปลายนิ้วกดทะลุเข้ารูหีที่สาดน้ำเงี่ยนออกมาอย่างต่อเนื่องนั้นเข้าไปอย่างง่ายดาย และต่อเนื่องด้วยการซอยนิ้วเข้าออกสั้นๆแต่ถี่เร็วที่ปากรูหีของพิมผกาซึ่งตอนนี้เสียวซ่านง่านเงี่ยนถึงขีดสุดจนได้แต่กำมือบีบควยของกวินค้างไว้แค่นั้นตอบโต้ไปได้แค่เพียงการขมิบรูหีตอดใส่ปลายนิ้วที่ซอยยิกอยู่กับปากรูหีเธอ น้ำหีทะลักกระเด็นออกมาจนเปียกชุ่มผ้าบางๆของกางเกงในจนชุ่มไปหมดเหมือนโดนวิดเอาน้ำออกมา พิมผกาสะบัดหน้าออกให้ริมฝีปากหลุดพ้นจากพันธนาการของปากและลิ้นของลูกชาย สูดปากครางเสียงยาวๆอย่างสะกดกลั้นระดับความดังทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลยเพราะเสียงดนตรีจากหนังที่ฉายอยู่นั้นก็ช่วยกลบเสียงของเธอไปจนเกือบหมดอยู่แล้ว ท่อนขาทั้งคู่ที่เบียดชิดกันจากท่านอนตะแคงบัดนี้ขาข้างหนึ่งค่อยๆยกขึ้นก่ายพาดคล่อมไปทับท่อนควยของลูกชายที่ยังมีมือเธอเก

Comments are closed.